เชลซี เอาชนะ นิวคาสเซิล 2-1 หลายคนอาจจะไม่ทันมองว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ ไม่ได้ส่งนักเตะอังกฤษลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงเลยแม้แต่คนเดียว...และมันตลกดีที่นี่คือเกมพรีเมียร์ลีก ... มีทีใดอีดบ้างที่ออกสตาร์ทด้วยผู้เล่นต่างชาติทั้งหมด? ติดตามได้ที่นี่ ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก


ในวันที่โลกลูกหนังย่อสั้นด้วยเทคโนโลยีรวมทั้งการติดต่อสื่อสาร กำแพงของนักฟุตบอลต่างประเทศลดน้อยถอยลง และก็เวลานี้ หลายสมาพันธ์มีพวกเขาเป็น "พ่อลุ่มใหญ่" เสียด้วยซ้ำ นี่เป็นบรรดาเกมที่ออกสตาร์ตด้วยหน้าแข้งนอกแบบ 100% กระทั่งบางโอกาสนักฟุตบอลเขตแดนบางทีอาจจำต้องรำพึงรำพัน "ตรงนี้ที่แหน่งใดกันแน่?"

เชลซี (ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-1, พรีเมียร์ลีก, 1999)
นี่เป็นกลุ่มแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ส่งผู้เล่นต่างประเทศออกสตาร์ตครบอีกทั้ง11 ตำแหน่ง มันเกิดขึ้นในสมัยที่เชลซีมีผู้จัดการกลุ่มอย่าง จานลูก้า วิอัลลี่ นายใหญ่ชาวอิตาเลียนจับบังเหียน ในวันบ็อกซิ่ง เดย์ ปี 1999 อย่างไรก็แล้วแต่ ว่ากันว่า นี่ไม่ใช่ทีแรกในลีกสูงสุดอังกฤษ ในการเฉยเมยหน้าแข้งผู้ดีโดยในม.ย. 1955 วอลเตอร์ กัลเบรธ ที่ปรึกษาแอ็คคริงตัน สแตนลี่ย์ ใช้ผู้เล่นจากสก็อตแลนด์หมดอีกทั้ง 11 ตำแหน่ง ในเกมกับยอร์ค สิตี้ กระนั้น โน่นก็นานมากมากมายโขแล้ว เกินจริงที่ 3 ลำแข้งผู้ดีอย่าง เดนนิส ไวส์ กองกลางร่างเล็กที่เป็นกัปตันกลุ่ม รวมทั้งเอ็งรม เลอ โซ แบ็กซ้ายรวมทั้ง คริส ซัตตัน กองหน้า ต่างมีลักษณะเจ็บก่อกวนถ้วนหน้า กระทั่งหลุดโผในเกมเยี่ยมเซนต์ แมร์ปรี่ส์

นายใหญ่อิตาเลียน ก็เลยเลือก 11 ตัวจริงด้วยลำแข้งนอกครบแผง ตำแหน่งของไวส์ถูกแทนที่ด้วย ดินแดน เปเตรสคู ส่วนแนวรุก กาบริเอลเล่ อัมโบรเซ็ตว่ากล่าว ลำแข้งอิตาเลียนทิ่มแทน คริส ซัตตัน ในตอนที่แบ็กซ้าย เซเลสติน บาบายาโร่ เป็นตัวจริง

กระนั้น บนม้านั่งสำรองยังมีลำแข้งดาวรุ่งผู้ดีนั่งหน้าสลอนอีกทั้ง โจดี้ มอร์ริส, จอนฮาร์ลี่ย์, มาร์ค นิโคลส์ รวมถึง จอห์น เทอร์ปรี่ ในวัยละอ่อน
ที่สุดแล้ว สิงห์บลูส์บุกชนะด้วยสกอร์ 2-1 จากการเหมาของศูนย์หน้านอร์วีเจี้ยน

ใครสักคนร่วงทรรศนะ "...ตั้งแต่แมื่อนั้น บอลอังกฤษถูกครองด้วยผู้เล่นต่างประเทศ" คุณเห็นด้วยมั้ย?

รายนามผู้เล่นเชลซี (4-4-2) : เอ็ด เด ฮุย (ฮอลแลนด์) - อัลเบิร์ต แฟร์เรร์ (ประเทศสเปน),เอเมอร์สัน โธม (บราซิล), ฟร้องค์ เลอเบิฟ (ประเทศฝรั่งเศส), เซเลสติน บาบายาโร่ (ไนจีเรีย) - ดินแดน เปเตรสคู (โรมาเนีย), ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ (ประเทศฝรั่งเศส), กุสตาโว่โปเยต์ (อุรุกวัย), โรกางร์โต้ ดิ มัตเตโอ (อิตาลี) - กาบริเอลเล่ อัมโบรเซ็ตว่ากล่าว(อิตาลี), ทอเร่ อันเดร โฟล (ประเทศนอร์เวย์)

อาร์เซน่อล (ชนะ คริสตัล พาเลซ 5-1, พรีเมียร์ลีก, 2005)
ทศวรรษถัดมา วาเลนไทน์ เดย์ 2005 อาร์เซน่อล สร้างประวัติศาสตร์คนใหม่ ด้วยเปลี่ยนเป็นกลุ่มแรกที่ใช้ผู้เล่นต่างประเทศครบแม้กระทั้งบนม้านั่งสำรอง! นี่มันบอลอังกฤษใช่หรือไม่? หรือพวกเราหลงมาอยู่ที่แหน่งใดซักที่บนดาวดวงนี้

16 ผู้เล่นกันเนอร์สในวันนั้น มีผู้เล่นจาก 8 ชาติ ซึ่งรวมทั้ง 6 ลำแข้งประเทศฝรั่งเศสรวมทั้ง 3 นักฟุตบอลสแปนิช ดังนี้เนื่องมาจากหน้าแข้งอังกฤษอย่าง แอชลี่ย์วัวล (เจ็บป่วย) แล้วก็ โซล แคมป์เบลล์ (เจ็บ) ต่างพลาดช่วยกลุ่ม ระหว่างที่ดาวรุ่งอย่าง จัสติน ฮอยท์ (เจ็บ) แล้วก็ พบร์เมน เพนแนนท์ (ปลดปล่อยให้เบอร์มิงแฮมยืมตัว)ไม่อยู่ในข่ายอยู่แล้ว

"ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ จนกระทั่งมีคนมาบอกผมนั่นแหละ ผมมิได้มองที่หนังสือเดินทางของผู้เล่นหรอก ผมมองที่ประสิทธิภาพรวมทั้งทัศนคติของพวกเขา" อาร์แซน เวนเกอร์รายงานในขณะนั้น

น่าชวนหัวตรงที่เกมนี้ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการกลุ่มชาติอังกฤษเข้ามาดูเกมในสนามเสียด้วย ...โธ่ เฮียเถิกเสียเวล่ำเวลาฟรีซะแล้ว โน่นเป็นจุดเริ่ม ก่อนอาร์เซนน่อลภายใต้บังเหียน อาร์แซน เวนเกอร์ แปลงเป็นกลุ่มที่ออกสตาร์ตด้วยผู้เล่นฝรั่งครบทั้งยัง 11 ราย เยอะที่สุดในบบรรดาสมาพันธ์พรีเมียร์ลีกร่วมกัน

รายนามผู้เล่นอาร์เซน่อล (4-4-2) : เยนส์ เลห์มันน์ (เยอรมัน) - โลร็องต์ เอตาเม่ (แคเมอรูน), วัวโล่ ตูเร่ (ไอวอรี่ วัวสต์), ขว้างสกาล ซีก็อง (ประเทศฝรั่งเศส), กาแอล กลิชี่ (ประเทศฝรั่งเศส) - โรกางร์ ปิแรส (ประเทศฝรั่งเศส), พาทริค วิเอร่า (ประเทศฝรั่งเศส),เอมอง (บราซิล), โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส (ประเทศสเปน) - เดนนิส เบิร์กแคมป์ (ฮอลแลนด์), เธียร์ปรี่ อองรี (ประเทศฝรั่งเศส)

* สำรอง : มานูเอล อัลมูเนีย (ประเทศสเปน), ฟิลิปป์ เซนเดอคอยส (สวิส), เชส ฟาเบรกาส (ประเทศสเปน), มาติเตียนเยอ ฟลามินี่ (ประเทศฝรั่งเศส), โรบิน ฟาน เพอร์ซี่(ฮอลแลนด์)


แมนฯ ยูไนเต็ด (ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-0, พรีเมียร์ลีก, 2009)
ดาร์บี้แมตช์แมนเชสเตอร์ ปลายฤดู 2008-09 โค้งสุดท้ายสำหรับเพื่อการคั่วแชมป์พรีเมียร์ลีกยุคที่ 3 ต่อเนื่องกัน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เลือกส่ง 11 ผู้เล่นต่างประเทศทำศึกทำสงครามผ่าเมือง

2 ลำแข้งผู้ดีอย่าง เวย์น รูนี่ย์ รวมทั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค มีชื่อบนม้านั่งสำรองแค่นั้น เหมือนกับ 2 รุ่นเก๋าอย่าง พอล สวัวลส์ และก็ เอ็งปรี่ เนวิลล์ ก่อน "ผีแดง" เข้าป้ายไม่ยากเย็นด้วยสกอร์ 2-0 จากประตูของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และก็ คาร์ลอส เตเวซ

อย่างไรก็ตาม โปรเจ็กต์ "ผีแดงนานาประเทศ" เลิกในนาทีที่ 59 ข้างหลังสวัวลส์ถูกเปลี่ยนแปลงลงมาแทนโรนัลโด้ ก่อนที่จะอีกนาทีต่อมา รูนี่ย์ถูกปลดปล่อยลงฝ่าแทนพาร์ค ชี ซอง

รายนามผู้เล่นแมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ (ฮอลแลนด์) - ราฟาเอล (บราซิล), จอนนี่ อีแวนส์ (ไอร์แลนด์เหนือ), เนมันคุณย่า วิดิช (เซอร์เบีย), พาทริค เอวร่า (ประเทศฝรั่งเศส) - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ประเทศโปรตุเกส), พาร์ค ชี ซอง (ประเทศเกาหลีใต้), ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ (สก็อตแลนด์), ไรอัน กิ๊กส์ (เวลส์) - คาร์ลอส เตเวซ (ประเทศอาร์เจนตินา), ดิไม่ทาร์ เบอร์บาโคนฟ (บัลแกเรีย)


อินเตอร์ (ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-0, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2010)
ศึก "หูยักษ์" ในปี 2010 เป็นเกมที่ได้คู่ชิงสมน้ำสมเนื้อ โดยมี "ทริปเปิ้ลแชมป์" เป็นพนันข้างหลังอีกทั้ง 2 ชมรมต่างปัดกวาด 2 แชมป์ภายในประเทศมาได้ทั้งสอง

"งูใหญ่" ภายใต้สั่งการของ โชเซ่ มูรินโญ่ ฝ่าด่านบาร์เซโลน่ามาได้ในรอบตัดเชือกรวมทั้งในนัดหมายชิงแชมป์ที๋ซานตำหนิอาโก้ เบร์ท้องนาเบว นายใหญ่เลือกจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงครบถ้วน โดยไม่มีพื้นที่ให้ลำแข้งอิตาเลียนออกสตาร์ต

7หน้าแข้งภาษาละติน (ประเทศอาร์เจนตินา 4, บราซิล 3) รวมกับผู้เล่นเชื้อชาติแคเมอรูน, มาสิโดเนีย, ฮอลแลนด์ แล้วก็โรมาเนียช่วยทำให้อินเตอร์เป็นข้างดับซ่า "เสือใต้" สมัยที่มี หฝ่าส์ ฟาน กัล คุมกองทัพ ไปได้ 2-0 พร้อมซิวแชมป์รายการนี้มาครอบครองเป็นยุคที่ 3 จบการคอย 45 ปีเต็ม ในขณะที่มูรินโญ่ได้แชมป์นี้เป็นครั้งที่ 2

ท่ามกลางความสดใสที่ความมีชัยของชมรมจากดินแดนมะกะโรนี มาร์โก มาเตรัซซี่เป็นหน้าแข้งอิตาเลียนเพียงผู้เดียวที่ได้สัมผัสเกม แถมโดนเปลี่ยนแปลงลงมาในนาทีที่90+2 เพื่อฆ่าเวลาแล้วเท่านั้น

รายนามผู้เล่นอินเตอร์ (4-2-1-3) : ยกลิโอ เซซาร์ (บราซิล) - ไมค่อน (บราซิล), ลูสิโอ(บราซิล), วอลเตอร์ ซามูเอล (ประเทศอาร์เจนตินา), คริสเตียน คิวู (โรมาเนีย) - ฮาเวียร์ซาเน็ตติเตียน (ประเทศอาร์เจนตินา), เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ (ประเทศอาร์เจนตินา) - เวสลี่ย์ สไนเดอร์ (ฮอลแลนด์) - ซามูเอล เอโต้ (แคเมอรูน), ดีเอโก้ ไม่ลิโต้ (ประเทศอาร์เจนตินา), โกรัน ปานเดฟ (มาสิโดเนีย)

แมนฯ ซิตี้ (ชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก 5-2, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, 2013)
หากแม้มีผู้เล่นต่างประเทศเพ่นพ่านไปทั่วเอว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม กระนั้น การใช้ลำแข้งฝรั่งออกสตาร์ตครบ 11 ราย มิได้เกิดขึ้นกล้วยๆขั้นต่ำ นายทวารมือชั้นยอดของพวกเขาเวลานี้ก็เป็น โจ ฮาร์ท ที่ถ้าไม่ผิดพลาดอะไรก็แล้วแต่จะต้องได้เฝ้าเสาอยู่แล้ว ไหนจะเจมส์ ไม่ลเนอร์ ที่พร้อมแทรกสอดในฐานะลำแข้งสารพัดประโยชน์อีกราย

เหตุการณ์ในตอนนั้น กลุ่มของ มานูเอล เปเยกรินี่ ลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว 3 นัดหมาย (ชนะ 2 เสมอ 1) รวมทั้งได้โอกาสควงคู่ บาเยิร์น มิวนิค สำหรับการเข้ารอบน็อกเอาต์ โดยเกมจัดการซีเอสเคเอ มอสโก เป็นเกมที่ 4 ที่ปรึกษาชิเลียนดร็อปฮาร์ทไว้ข้างสนาม แล้วก็ใช้มือสอง คอสเทล พานทิลิม่อน ปฏิบัติหน้าที่แทน

เพียงแค่ครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ กดสกอร์ห่างถึง 3-1 และก็ช่วงหลัง เปเยกรีนี่ถอดแฟร์นันดินโญ่ออกมาพัก แล้วส่ง เจมส์ ไม่ลเนอร์ ลงแทน รวมทั้งเป็นหน้าแข้งผู้ดีรายเดียวที่ได้อยู่ในสนามคืนนั้น ในที่สุด เรือใบกระหน่ำขาด 5-2 จากแฮตทริกของ อัลบาโร่ เนเกรโด้ และก็ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" 2 ลำแข้งอิมพอร์ต

รายนามผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ (4-4-2) : คอสเทล พานทิลิม่อน (โรมาเนีย) - ขว้างโบล ซาบาเลต้า (ประเทศอาร์เจนตินา), มาร์ติน เดมิเคลิส (ประเทศอาร์เจนตินา), มาตำหนิคุณย่า ที่นาสตาสิช (เซอร์เบีย), กาแอล กลิชี่ (ประเทศฝรั่งเศส) - ซามี่ ท้องนาสปรี่ (ประเทศฝรั่งเศส), ยาย่า ตูเร่ (ไอวอรี่ วัวสต์), แฟร์นันดินโญ่ (บราซิล), ดาบิด สิลบา (ประเทศสเปน) - เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" (ประเทศอาร์เจนตินา), อัลบาโร่ เนเกรโด้ (ประเทศสเปน)


สโต๊ค ซิตี้ (เสมอ สวอนซี ซิตี้ 2-2, พรีเมียร์ลีก, 2016)
"ช่างปั้นหม้อ" เป็นอีกหนึ่งสมาพันธ์ระดับกึ่งกลางของอังกฤษ ที่มีนักเตะฝรั่งในกลุ่มเยอะไปหมด กระนั้น ไม่บ่อยนักในการออกสตาร์ตด้วยหน้าแข้งนอกครบอีกทั้ง 11ตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีแกนหลักอย่าง ไรอัน ชอว์ครอสส์ หรือ แจ็ค บัตแลนด์ อยู่ในกลุ่ม เหมือนกันกับ เกล็น จอห์นสัน หรือ ปีเตอร์ เคร้าช์ ที่พร้อมแทรกสอดในทันทีเมื่ได้โอกาส

อย่างไรก็ตาม ในม.ย. ปลายฤดู 2015-16 มาร์ค ฮิวจ์ส จัดกองทัพด้วยผู้เล่นฝรั่งครบทุกตำแหน่ง เนื่องมาจากอีกทั้ง ไรอัน ชอว์ครอสส์ (แผ่นข้างหลัง), แจ็ค บัตแลนด์ (ข้อเท้า)แล้วก็ เกล็น จอห์นสัน (เข่า) ต่างเจ็บทั้งสิ้น ส่วน ปีเตอร์ เคร้าช์ เป็นเพียงแค่สำรองเหตุเพราะที่ปรึกษาสปาร์กี้ส์เลือกใช้ โฆเซลู หอกประเทศสเปนออกสตาร์ต ตอนท้ายแล้ว ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ไม่มีผู้เล่นอังกฤษผู้ใดได้ลงไปในสนามในเกมนี้ ข้างหลังฮิวจ์สเปลี่ยนแปลง มาเม่บิราม ดิยุยงฟ (เซเนกัล) แล้วก็ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ (ไอร์แลนด์) ลงไปในสนาม

รายนามผู้เล่นสโต๊ค สิตี้ (4-2-3-1) : จาค็อบ เฮาการ์ด (เดนมาร์ก) - ฟิล บาร์ดสลี่ย์ (สก็อตแลนด์), เจ็ฟฟ์ ติดอยู่เมร่อน (สหรัฐอเมริกา), ฟิลิปป์ โม้ลไชด์ (เยอรมัน), เอริค ปีเตอร์ส (ฮอลแลนด์) - เกล็น วีแลน (ไอร์แลนด์), จานเนลลี่ อิมบูร่า (ประเทศฝรั่งเศส) - อิบราฮิม อเฟลลาย (ฮอลแลนด์), โบยาน เกร์กิช (ประเทศสเปน), มาร์วัว อาร์เนาโตวิช (ออสเตรีย) - โฆเซลู (ประเทศสเปน)


วัตฟอร์ด (เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1, พรีเมียร์ลีก, 2016)
ไม่ง่ายสำหรับกรณีของ "แตนก่อกวน" กลุ่มของ วอลเตอร์ มาซซาร์ปรี่ อุดมด้วยผู้เล่นนานาประเทศคับกลุ่มไปหมด กระนั้น อย่าลืมว่า กัปตันกลุ่มของพวกเขาเป็น ทรอย ดีนี่ย์ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ผู้ครอบครองเสื้อเลขลำดับ 9

มีเหตุมีผลเสมอในการโรเตชั่น ถึงแม้ในช่วงเวลานั้นเป็นตอนๆ "บ๊อกซิ่ง เดย์" แม้กระนั้นโปรแกรมไม่ชั่วร้ายอย่างที่คาด แต่ คือเรื่องของฟอร์มอันขัดสนต่างหากที่ทำให้ ทรอยดีนี่ย์ โดนดร็อปเป็นสำรอง ข้างหลังยิงมิได้ต่อเนื่องกัน 10 เกมซ้อน มาซซาร์ปรี่ เลือกใช้งาน โอเดียน อิกาโล่ เป็นหน้าเป้าตามลำพัง

11 ตัวจริงในเกมต่อกร คริสตัล พาเลซ ก็เลยเป็นตัวฝรั่งล้วนๆอย่างไรก็ตาม บุญพาบุญบารมีส่ง เพียงแค่ 14 นาที วาลอน เบห์รามี่ ได้รับบาดเจ็บและก็จำเป็นต้องสลับตัวออกมาซซาร์ปรี่เลือกดีนี่ย์ลงไปในสนาม ก่อนเจ้าตัวปลดล็อกด้วยการฆ่าจุดลูกโทษพาทีมตีเสมอพาเลซ 1-1

นอกจากยิงประตูแรกในรอบ 11 เกมเสร็จ ประตูนี้ยังเป็นเหตุให้ดีนี่ย์ฆ่าให้วัตฟอร์ดครบ100 ประตูอีกด้วย

รายนามผู้เล่นวัตฟอร์ด (3-4-3) : เอเรลโญ่ โกเมส (บราซิล) - ยูเนส กาบูล (ประเทศฝรั่งเศส), เซบาสเตียน โพรเดิ้ล (ออสเตรีย), ไม่เกล บริโตส (อุรุกวัย) - ดารีล ยานมัต (ฮอลแลนด์), อัดเลเน่ ฉันดิอูร่า (แอลจีเรีย), วาลอน เบห์รามี่ (สวิส), โฮเซ่ โฮเลบาส (กรีซ) - เอเตียง กาปู (ประเทศฝรั่งเศส), โอเดียน อิกาโล่ (ไนจีเรีย), นอร์ดิน อัมราบัต (โมร็อกโก)


อาร์เซน่อล (ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1, พรีเมียร์ลีก, 2017)
หนึ่งในแทบ 150 เกมที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ใช้ผู้เล่นต่างประเทศออกสตาร์ตทั้งปวง รวมทั้งมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อม.ค.ที่่ผ่านมานี่เอง

"ไอ้ปืนใหญ่" จัดกองทัพต่อกรเบิร์นลี่ย์ด้วย 11 ลำแข้งนอก โดยมี ดินแดนนี่ เวลเบ็ค, คีแรน กิ๊บส์ และก็ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เป็นลำแข้งชนชาติอังกฤษ ปฏิบัติงานที่ม้านั่งสำรอง

ที่สุดแล้ว มีเพียงแค่เวลเบ็คที่ได้ลงสู่สนามช่วงปลายเกม นาทีที่ 87 ก่อน อาร์เซน่อลเชือดชัย 2-1 ด้วยจุดลูกโทษในาครั้งที่ 90+8! ของ อเล็กสิส ซานเชซ

รายนามผู้เล่นอาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ปีเตอร์ เช็ก (เช็ก) - กาเบรียล เปาลิสต้า (บราซิล), ชวัวดราน มุสตาฟี่ (เยอรมัน), โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ (ประเทศฝรั่งเศส), ที่นาโช่ มอนเรอัล (ประเทศสเปน) - อารอน แรมซี่ย์ (เวลส์), กรานิต ชาค่า (สวิส) - อเล็กซ์อิโอ้อวดบี้ (ไนจีเรีย), เมซุต โอสิล (เยอรมัน), อเล็กสิส ซานเชซ (ประเทศชิลี) - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ประเทศฝรั่งเศส)


แมนฯ ซิตี้ (ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0, พรีเมียร์ลีก, 2017)
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีขุนศึกในมือให้เลือกใช้งานมาก รวมทั้งในตอนโค้งสุดท้าย ม.ย. 2017 ก่อนหน้าที่ผ่านมา สิตี้มีคิวล่องใต้เยี่ยมเซาธ์หมูแฮมป์ตัน
สำหรับกลุ่มชุดดังกล่าวข้างต้น สิตี้มีลำแข้งอังกฤษอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และก็ จอห์นสโตนส์ ที่ถูกเลือกออกสตาร์ตอย่างสม่ำเสมอ แม้กระนั้น เกมเยี่ยมนักบุญนี้ ไอ้หนูตัวจี๊ดเชื้อสายจาแร่กลีบหินเป็นเพียงแค่สำรอง ในเวลาที่มนุษย์หินมีลักษณะเจ็บ

ผลเช่นเดียวกันกับปลอกกล้วย สิตี้บุกชนะสบาย 3-0 โดยได้ประตูจากแว็งซ็องต์ ก็องปานี, ลีรอย ซาเน่ และก็ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" โดยสเตอร์ลิงได้ลงมาสัมผัสเกมเพียงแค่ช่วงท้าย นาทีที่ 86 เพียงแค่นั้น

รายนามผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เคลาดิโอ บราโว่ (ประเทศชิลี) - เฆซุส นาบาส (ประเทศสเปน), แว็งซ็องต์ ก็องปานี (เบลเยียม), นิโกลัส โอตาเมนดี้ (ประเทศอาร์เจนตินา), กาแอล กลิชี่ (ประเทศฝรั่งเศส) - แฟร์นันดินโญ่ (บราซิล), ยาย่า ตูโร่ (ไอวอรี่ วัวสต์) - เควิน เดอ บรอยน์ (เบลเยียม), ดาบิด สิลบา (ประเทศสเปน), ลีรอย ซาเน่ (เยอรมัน) - เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" (ประเทศอาร์เจนตินา)


เรอัล มาดริด (แพ้ กาลาตาซาราย 2-3, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, 2013)
เมื่อลำแข้งประเทศสเปนแปลงเป็นคนที่ไม่รู้จักในสมาพันธ์ประเทศสเปน!

ภายใต้การนำของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ปรึกษา "อสุรกายแดง" เลือกส่งลำแข้งต่างประเทศลงในสนามถึง 10 ราย เว้นเสียแต่เพียงแต่ ดีเอโก้ โลเปซ ที่แปลงเป็น "แกะดำ"ท่ามกลางสหายร่วมกลุ่มต่างประเทศ

โดยหน้าแข้งประเทศสเปน 5 รายปฏิบัติหน้าที่บนม้านั่งสำรอง ไม่ว่าจะเป็น อัลบาโร่อาร์เบลัว, ราอูล อัลบิโอล, โฆเซ่ กาเยฆ่อน, อัลบาโร่ โมราต้า และก็ อีเกร์ กาซียาส

รายนามผู้เล่น เรอัล มาดริด (4-2-3-1) : ดีเอโก้ โลเปซ (ประเทศสเปน) - ไมเคิ่ล เอสเซียง (กาน่า), เปกระเป๋า (ประเทศโปรตุเกส), ราฟาแอล วาราน (ประเทศฝรั่งเศส), ฟาบิโอโกเอนเตรา (ประเทศโปรตุเกส) - ซามี่ เคดิร่า (เยอรมัน), ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย) - เมซุต โอสิล (เยอรมัน), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ประเทศโปรตุเกส), อังเคล ดิ มาเรีย (ประเทศอาร์เจนตินา) - กอนซาโล่ อิกวาอิน (ประเทศอาร์เจนตินา)


กรานาด้า (ชนะ เรอัล เบติส 4-1, ลา ลีกา, 2017)
กรานาด้า ทำภารกิจหนีตกชั้น ในศึกดาร์บี้แมตช์แว่นแคว้นอันดาลูเซียกับ เรอัล เบตำหนิส ด้วยผู้เล่น 11 เชื้อชาติในสนาม รวมทั้งแน่ๆ มีเพียงแค่ เอ็คโคนร์ เอร์นานเดซ"ลิตี้" เพียงแค่รายเดียวที่เป็นชาวประเทศสเปน

ผล กลุ่มหนีตายประกาศด้วยชัย 4-1 โดย อาเดรียน รามอส หอกโคลอมเบียทำผู้เดียว2 ประตู ตอนที่ อันเดรียส เปเรยร่า หน้าแข้งบราซิลที่ยืมตัวจากแมนฯ ยูไนเต็ด ทำ 1ประตู ก่อนโดนไล่ออกในตอนปลาย

รายนามผู้เล่นกรานาด้า (5-3-2) : กิเยร์บด โอชัว (ประเทศเม็กซิโก) - ดิไม่ทรี ฟัลเกร์ (ประเทศฝรั่งเศส), มาร์ติน ฮองกเงินลา (แคเมอรูน), สเวอร์เรียร์ อิงกี้ อิงกาสัน (ไอซ์แลนด์), กาสตัน สิลวา (อุรุกวัย), เอ็คโคนร์ เอร์นานเดซ "ลิตี้" (ประเทศสเปน) - อูเช่ อักโบ (ไนจีเรีย), มูบารัค วากาโซ่ (กาน่า), อันเดรียส เปเรยร่า (บราซิล) - เมห์ดี้ การ์เซล่า-กอนซาเลซ (โมร็อกโก), อาเดรียน รามอส (โคลอมเบีย)


บาร์เซโลน่า (ชนะเลกาเนส 2-1, ลา ลีกา, 2017)
สำหรับบาร์ซ่า นี่เป็นสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ก่อนหน้าที่ผ่านมานี่เอง หฝ่าส์เอ็นริเก้ ส่งผู้เล่นประเทศสเปนลงในสนามเพียงแต่รายเดียว โน่นเป็น เซร์จักจี้ โรเบร์โต้ ลำแข้งสารพัดประโยชน์ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสมาพันธ์ ที่ใช้ 10 ผู้เล่นฝรั่งในเกมลา ลีกา

โดยลำแข้งวัวกระทิงดุอย่าง อันเดรส อีเนียสต้า, หน้าจอร์ดี้ อัลบา รวมทั้ง หนวดเคราร์ดปีเก้ ต่างได้พักและก็มีชื่อเป็นเพียงแต่ผู้เล่นสำรองในเกมนี้เพียงแค่นั้น

รายนามผู้เล่นบาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก อันเดร แทร์ ชเตเก้น (เยอรมัน) - เซร์จักจี้ โรเบร์โต้ (ประเทศสเปน), ซามูแอล อุความเห็นชอบตี้ (ประเทศฝรั่งเศส), เยเรมี่ มาตำหนิเยอ (ประเทศฝรั่งเศส), ลูก้าส์ ดีญ (ประเทศฝรั่งเศส) - อีวาน ราคิตำหนิช (โครเอเชีย),ราฟินญ่า (บราซิล), อันเดร โกเมส (ประเทศโปรตุเกส) - ลิโอเนล เมสซี่ (ประเทศอาร์เจนตินา), หฝ่าส์ ซัวเรซ (อุรุกวัย), เนย์มาร์ (บราซิล)