livescore บอลสด : พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่โค้ชที่เก่งที่สุด ดีที่สุด

แต่จากการพิจารณาของโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ที่ดูจากผลงานและความยากของงานที่ได้รับมอบหมาย ร่วมไปถึงปัจจัยต่างๆ นี่คือ 10 กุนซือที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดของฟุตบอลไทยในปี 2018 ที่ผ่านมา
อันดับ 10 : ชยพล คชสาร (เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด)
เริ่มกันที่ชั้น 10 เป็นกุนซือ "โค้ชป๋อง" ชยพล คชสาร "สิงห์นายด่าน" เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด ทีมรองแชมป์ออมสิน ลีก (T3) ที่ก้าวไปเล่นในไทยลีก 2 ในฤดูกาลหน้า

ย้อนกลับไปในช่วงฤดูกาล 2018 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศุลกากร ยูไนเต็ด ไม่ใช่เป็นตัวเต็งของออมสิน ลีกโปร (T3) ตอนล่างของประเทศ โดยยิ่งไปกว่านั้นขุมกำลังที่มิได้เด่นไปกว่ากลุ่มอื่นสักเท่าไหร่แถมผลงานในทีแรกๆลุ่มๆดอน ก่อนที่จะ "ผู้ฝึกสอนป๋อง" จะปรับจูนกองทัพ กับพาลูกกลุ่มเก็บแต้มได้อย่างมาก จนถึงก้าวมาจับกลุ่มหัวตาราง พร้อมทั้งคว้าชัยชนะตอนล่างได้เสร็จ โดยยิ่งไปกว่านั้นการมีคะแนนมากยิ่งกว่า นรา ยูไนเต็ด แล้วก็จังหวัดตรัง เอฟซี 2 กลุ่มเต็งไปได้เสร็จ

อันดับ 9 : ดำรงศักดิ์ บุญม่วง (ม.นอร์ทกรุงเทพ)
ผู้จัดการทีมฟุตบอลชายหนุ่มไฟแรงที่น่าสังเกตอีกคนหนึ่ง ภายหลังจากเริ่มงานผู้ฝึกสอนอาชีพกับ ได้เพียงแค่ 2 ปี สำหรับการคุม นอร์ทกรุงเทวดา สำหรับ "โค้ชแบงค์" ดำรงศักดิ์ บุญม่วง ที่เลิกเล่นบอลก่อนวัยอันควรจะจนถึงจะต้องมาจับงานผู้ฝึกสอนตั้งแต่อายุไม่ถึง 30ปี

ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 34 ปี ทำผลงานได้อย่างดียิ่งในปีนี้ด้วยการนำ นอร์ทกรุงเทวดาคว้าชัยชนะออมสิน ลีก (T4) โซนกรุงเทวดา ประเภททิ้งห่างคู่ปรปักษ์แบบมองไม่เห็นฝุ่นผง ก่อนที่จะเข้าไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีก ที่จะต้องพบกับกลุ่มหัวกระทิจากภูมิภาคต่างๆที่ก็สามารถพาทีมจบชั้น 2 ของกรุ๊ปบี ไปเล่นเพลย์ออฟสำหรับในการชิงตั๋วเลื่อนชั้นใบในที่สุด

โดยในรอบเพลย์ออฟ กับ เมืองเลย ยูไนเต็ด ขุมกำลังของพวกเขาดูเหมือนจะด้อยกว่าและก็หลายๆคนก็เห็นว่าคงจะเสร็จทางกลุ่มแชมป์อีสาน แต่ว่า ดำรงอำนาจ บุญม่วง ก็บอกให้เห็นลึกซึ้งของเขาซึ่งสามารถพาทีมเอาชนะพร้อมด้วยเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 ฤดูหน้าได้เสร็จ

อันดับ 8 : คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไรร่า (เชียงใหม่ เอฟซี)
มากันที่ชั้น 8 เป็นกุนซือหนุ่มไฟแรงชาวบราซิลอย่าง คาร์ลอส เอดูอาร์โด้ เปไปร่า ของ "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี ที่พาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกในฐานะอันดับที่ 3 ของศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลที่ผ่านมา

จังหวัดเชียงใหม่ วางเป้าขึ้นไทยลีกมาหลายปีที่ผ่านมาจะมาเสร็จในปีนี้ ซึ่งเพศผู้เล่นของพวกเขาก็ไม่ใช่หน้าแข้งระดับท็อป เป็นการผสมระหว่างดาวรุ่งกับลำแข้งเก๋า โดยมีคาร์ลอส เป็นคนแต่งให้เล่นได้อย่างกลมกลืน หลายๆเกมพวกเราจะได้มองเห็นเขาแก้เกมจนถึงกลุ่มพลิกกลับมาส่งผลการประลองที่ดี

อันดับ 7 : สุรพงษ์ คงเทพ (พัทยา ยูไนเต็ด)
ปิดตำนานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ พัทยา ยูไนเต็ด ที่เปลี่ยนชื่อทีมเป็น สมุทรปราการ ซิตี้ พร้อมกับย้ายยังเหย้าออกจากสนามหนองปรือ โดยผลงานทิ้งทวนสโมสรในชื่อ พัทยา ยูไนเต็ด ก็คือการจบอันดับ 8 ของตารางไทยลีก 2018

ผลงานอันยอดเยี่ยมของ พัทยา ยูไนเต็ด ในระยะหลังๆ ก็มาจากชายที่ชื่อ สุรพงษ์ คงเทพ กุนซือหนุ่มไฟแรงอีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทยที่พาเหล่าแข้งดาวรุ่งของทีมต่อกรกับทีมอื่นๆได้อย่างไม่เป็นสอง แถมรูปแบบแบบการเล่นก็เร้าใจน่าเชียร์ โดยปีที่ผ่านมา โค้ชอั๋น ถูกเลือกเว็บไซต์ไทยลีกให้เป็นโค้ชยอดเยี่ยมเดือนกรกฏาคม อีกด้วย

อันดับ 6 : ชิณโชติ นาทะสัน (ราชประชา)
ช่วงพักครึ่งฤดูกาล "ตราชฎา" ราชประชา มีสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนักทั้งผลงานและบรรยากาศในทีมที่นักเตะแกนหลักพาเหรดดันย้ายหนีออกจากทีม ใครๆก็คิดว่าพวกเขากตกชั้นแน่นอน ชนิดที่เอายอดกุนซือระดับโลกก็ยากที่จะแก้ไขปัญหานี้

"บอย เจียงฮาย" ชิณโชติ นาทะสัน เข้ามากอบกู้สถานการณ์ของราชประชา ชนิดที่ต้องใช้คำว่า ปาฏิหาริย์ โดย "บอย เจียงฮาย" ที่แขวนสตั๊ดไปเอาดีทางด้านศึกษาพระเครื่อง ตัดสินใจกลับมาช่วยทีมในฐานะนักเตะเนื่องจาก ราชประชา ขาดนักเตะ ก่อนจะถูกดันไปรับบทบาทโค้ชที่ดูจะมีประโยชน์มากกว่า

และเขาก็สามารถพาทีมเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ จากทั้งทีมเล็กและทีมใหญ่ จากทีมที่ถูกกาชื่อว่า ตกชั้นแน่ๆ ก็เริ่มมี %การรอดตกชั้นมากขึ้น ก่อนที่ ราชประชา จะมารอดตกชั้นเอาในสัปดาห์สุดท้าย ชนิดที่ไม่มีใครเชื่อว่าพวกเขาจะทำได้ นับเป็นอีกหนึ่งผลงานโค้ชเฉพาะกิจอย่าง ชิณโชติ นาทะสัน ที่จะเรียกว่าเป็นกุนซือโนเนมที่สุดที่เข้ามาติด 1 ใน 10 ของการคัดเลือกของเราในปีนี้ ที่สำคัญ มาช่วยงานแบบฟรี ไม่คิดค่าตัว

อันดับ 5 : มิลอส โจซิค (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
สไตล์บอลที่เน้นเกมรับลงไปรับต่ำของ "สวาทแคท" นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อาจจะดูน่าเบื่อสำหรับคนที่ชอบฟุตบอลเอนเตอร์เทน แต่อย่าลืมว่าพวกเขาจบในอันดับ 7 ของตารางไทยลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งๆที่ถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในทีมที่ต้องลุ้นหนีตกชั้น

ความดีความชอบของผลงานดังกล่าวก็ต้องยกเครดิตให้กับ มิลอส โจซิค กุนซือที่มีสไตล์การทำทีมที่ชัดเจน ที่สำคัญรูปแบบก็คล้ายกับ ทีมชาติไทยในยุค มิโลวาน ราเยวัช อีกด้วย ซึ่ง มิลอส มักพาลูกทีมปล้นคะแนนจากทีมใหญ่มานักต่อนัก
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่ LIVESCORE บอลสด